- Quickly update your status - Instantly access your profile & photo comments - Connect with your friends
Upgrade to Flash Player 10 and make a "hi5 Star" today.
Your friend doesn't have a hi5 star!
Jittakorn hasn't played any games recently.
พระพุทธองค์ ได้กล่าวไว้่ว่า มนุษย์ทุกคนที่ได้เกิดในโลกใบนี้นั้น มีบุญที่สุด และ มีโอกาสยากอย่างยิ่งที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ทั้งนี้หากว่า เราเชื่อว่า จิตใจมีการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว เราย่อมสังเกตุได้ว่าน่ามีดวงจิตเป็นจำนวนอนันต์ที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น สัตว์ต่างๆ ทั้ง แมลง นก หนู ปลา กุ้ง หอย แต่มีจำนวนที่เป็นมนุษยนั้น จำนวนจำกัด ข้่อนี้พระศาสดาถึงกับกล่าวเชิงเปรียบเทียบว่า ความยากในการเกิดของมนุษย์นั้น ดุจดังเต่าหนึ่งตัวโผล่หัวมารอดห่วงกลางทะเล ในหลายๆปีโผล่มาครั้งเดียว เราไม่รู้เลยว่า เรามาจากไหน และ เราจะไปไหน อยู่ดีๆ เรามาเกิดในที่ๆ โชคดี มีบุญมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีบุญที่มีปัญญา ไม่ต้องกังวลเหมือนสัตว์อื่นๆ ที่จะต้องระแวงตลอดเวลา จิตใจของเราที่มีปัญญานั้นมาได้อย่างไร ในโลกนี้มีสัตว์ชนิดเดียวคือมนุษย์ ที่มีปัญญา รู้ถึงว่า อะไรคือ กุศลและ อะไรคือ อกุศล มนุษย์ทุกคน มีปัีญญาที่จะรู้ได้ว่า ความดีที่สุด คืออะไร นั้นคือ พรข้อที่ 1นี่เป็นข้อสังเกตุว่า มนุษยนี้ฉลาดมากที่เห็นความดีในอุดมคติได้มนุษย์ รู้ดีว่า ความไม่ดี คือ อะไร นั้นคือพรข้อที่ 2 ของความเป็นมนุษย์ นี่เป็นข้อที่ประเสริฐมากที่มนุษยเราสามารถมองเห็นความไม่ดีได้ แต่ ปัญหาคือ แม้ว่ามนุษย์จะมีปัญญา มองเห็นความดี และ ความไม่ดีได้ แต่ทำไมยังเกิดความวุ่นวายกันอยู่ ทุกหย่อมหญ้า เราไม่สามารถจะดำเนินตามสิ่งดี และ ไม่สามารถละสิ่งไม่ดีทั้งหมดได้ ทั้งๆ ที่เรามี ความดีในอุดมคติอยู่แล้วนั่น หมายความว่า เราไม่อาจจะมีกำลังต้านทาน ต่อความไม่ดี ได้ ปัญหาของสังคม จึงไม่ได้อยู่ที่การไม่รู้จักความดี แต่ปัญหาคือ การที่จิตใจของเราไม่สามารถต้านทาน ต่อความยั่วยุต่างๆ ได้เด็ก ทุกคนรู้ดีว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่ ผู้ใหญ่บางคนกลับไม่รู้ เช่น ลองไปถาม นักโทษดูว่า ทำไมเขาถึงทำไม่ดีแบบนั้นแบบนี้ โดยมากมักจะมีเหตุผลเสมอ ซ้ำร้ายยังบอกอีกว่าที่ทำไม่ดีไปนั้นสมควรแล้ว แสดงว่า เหตุผลของคนขึ้นอยู่กับความรู้สึกของบุคคล ตัวความรู้่สึกนี้เอง ที่เรามักจะต้องฝึกให้รู้สึกดี จนเป็นนิสัย เป็นปัจจัย เป็นอัตโนมัติ เพื่อที่จะทวนกระแสแห่งความไม่ดีในโลกนี้ เพื่อที่จะย้อนกลับไปมองเห็นตามความเป็นจริงได้ง่ายๆ คนบางคนเมื่อมีความอยาก ความโลภเข้ามาก็ถูกผลักดันไปทำเรื่องราวที่ไม่ดี นั่นเพราะเขาถูกผลักดันจากความรู้สึก แปรเปลี่ยนไปเป็นความคิดอ่าน เพื่อที่จะหาหนทางที่จะทำไปตามความอยากนั้น โดยไม่ได้ย้่อนกลับมามองที่ต้นทางว่า หากเขาดับความรู้สึกอยากได้ เขาจะไม่ต้องไปทำเรื่องราวอะไรที่เหนื่อย ขนาดนั้น ซึ่งรังแต่จะให้เกิด กรรมสืบเนื่องกันไป นี่แหละครับ ที่พระศาสดากล่าวว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เพราะว่า เขาไม่รู้เท่าัทันความรู้สึกของตัวเอง และ ไม่สามารถดับความอยากได้เมื่อ ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นแล้ว การมองเห็นความดีได้ จึงไม่ใช่สิ่งที่ดีพอสำหรับมนุษย์ เพราะว่าเมื่อความรู้สึกที่ไม่ดีมา ความคิดที่เคยดีก็พังทลายลงไป จิตใจที่เคยมีกำัลัง ก็ถดถอยลงไป ดังนั้นการทำความรู้สึกให้มั่นคงพอ ให้ชำนาญพอสำหรับยอมรับแต่เรื่องดีๆ จนเป็นอุปนิสัยต่างหากที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับจิตใจ โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ไม่มองข้ามแม้แต่ คำพูด วิถีชีวิต ความคิด ความรู้สึก ดังพระศาสดากล่าวไว้ว่า จงทำกิจของตนให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท คือ คอยมีสติกำกับอยู่เสมอว่า สิ่งที่เราดำเนินไป สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราพูด และ รู้สึก นั้นประกอบไปด้วย ความตั้งใจที่ดีหรือไม่ดีอยู่ แล้วทบทวน ระลึกในสิ่งเหล่านั้นจนเป็๋นนิสัย คัดสรรแต่สิ่งที่ดี ให้กับจิตใจเราจนฝังในนิสัยที่ดีของเราอย่างไม่เคลื่อน เมื่อมีภัย จึงเรียกว่า ไม่ประมาท คำว่าไม่ประมาทนั้นแหละ คือ การรวม ศีล สมาธิ และ ปัญญาเอาไว้ ด้วยกัน
ความนิ่ง ความไม่เคลื่อนไหว จึงเป็น อกิริยา ที่ดีที่สุดเมื่อเราเห็นว่า จิตใจเราเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ประมาทแล้ว
นอกจาก การรู้ว่าอะไรดีและอะไรไม่ดี การฝึกจิตใจ ของคนในยุคนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ต้านทานต่อ สิ่งยั่วยุทั้งหลายได้ เรียกว่า การปฏิบัติธรรม ด้วยการเจริญสติ สมาธิ ภาวนา ที่สำคัญต่อมนุษย์ เพื่อให้ถึงซึ่งความดีในอุุดมคติ
Paste or type URL of a photo here:
© 2003-2009 hi5 Networks | English